บทที่ 1 ท้องไม่พร้อม

@กรุงเทพ ฯ ปี พ.ศ 2560

“ฉันผิดหวังในตัวเธอมากนะ รู้ว่าตัวเองเหลือตัวคนเดียว ไม่มีใครแล้วนอกจากย่าแก่ ๆ จน ๆ ก็ยังไม่รักดีเห็นความรักวัยรุ่นสำคัญกว่าการเรียนจนพลาดปล่อยให้ท้องอีก ฉันเสียดายค่าเทอมที่จ่ายไปจริง ๆ สุดท้ายเธอก็ทำตัวใจง่าย เอาความต้องการส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ขาดความรับผิดชอบไม่ต่างจากแม่ของเธอที่พอคลอดเธอเสร็จ ก็เอาเธอไปทิ้งไว้ข้างถนน”

ทุกคำพูดของสตรีตรงหน้า ล้วนทำให้คนฟังอย่าง วิสุดา รู้สึกเจ็บปวดแทบกระอักเลือด เธอไม่โกรธท่านที่ตอกย้ำความล้มเหลวในชีวิตของตัวเองสักนิด กลับรู้สึกโกรธเกลียดตัวเองมากกว่า ที่มัวแต่โง่งมลุ่มหลงในความรัก เจ็บเจียนตายตอนรู้ว่าเขาไม่เคยรักเธอ เขาแค่อยากได้ตัวเธอเท่านั้นจึงเอาความรักมาเป็นการหลอกล่อ เจ็บยิ่งกว่าตอนรู้ว่าในขณะที่กำลังเสียใจจนแทบบ้า เขาก็ยังควงผู้หญิงคนอื่นให้เห็นอย่างหน้าตาเฉย

“หนูขอโทษค่ะ”

เธอไม่มีอะไรจะพูดกับคนตรงหน้านอกจากคำนี้ กชกร ศิริโชติเดชากร คือผู้มีอุปการะคุณ ที่มอบทุนเรียนมหาวิทยาลัยฟรีจนจบให้กับเธอ แต่สุดท้ายเธอกลับทรยศความหวังดีของผู้หญิงคนนี้โดยการพลาดพลั้งตั้งครรภ์กับผู้ชายที่เข้าหาเธอเพื่อต้องการแค่เซ็กส์เท่านั้น

และเพราะมีความกลัวเนื่องจากได้ยินเรื่องราวน่ากลัวเกี่ยวกับการทำแท้งมาเยอะ ไหนจะเติบโตมากับย่าที่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัด หญิงสาวที่ตอนนี้มีอายุครรภ์ได้ 2 เดือน จึงไม่คิดที่จะทำแท้ง เธอเลือกที่จะจบอนาคตโดยการลาออกจากมหาวิทยาลัยแทนที่จะจบชีวิตเด็กในท้อง

“เก็บคำนี้ไว้ขอโทษย่าของเธอเถอะ ผู้หญิงแก่ ๆ คนนั้นอุตส่าห์เลี้ยงเด็กต่างสายเลือดอย่างเธอมาจนเติบโตและก็รักเธอมากด้วย แต่เด็กดันทรยศความเชื่อใจของท่าน”

กล่าวจบ กชกรก็เดินออกไปอย่างเย็นชา เพราะมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีกฎว่าห้ามตั้งครรภ์ในขณะที่เรียนอยู่ ดังนั้นเมื่อเธอท้องและไม่อยากเอาเด็กออก เพื่อที่จะปกป้องเขาไว้ก็ต้องตัดสินใจดับอนาคตตัวเอง

ด้านทางผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของลูกในท้องวิสุดา

จุ๊บ! จ๊วบ!

ศิลาดล กำลังกอดจูบอย่างเร่าร้อนกับคู่นอนชั่วคราวของเขา

ครืด! 

แต่ในขณะที่ไฟสวาทกำลังลุกโชนได้ที่ ชายหนุ่มก็ดันถูกขัดจังหวะ

“เฮ้อ!”

สาวสวยหุ่นเป๊ะได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะลุกออกไปจากร่างเขา ด้านชายหนุ่มเองก็หงุดหงิดเช่นกันแต่สายนี้เขาไม่รับไม่ได้เพราะผู้เป็นมารดาโทร.มา

“ไงครับ คุณแม่คนสวยของผม”

ลูกชายปากหวานเอ่ยทักปลายสาย

‘เป็นไงบ้างลูกสบายดีมั้ย ไม่กดดันเรื่องเรียนใช่มั้ย’

กชกรเอ่ยคุยกับลูกชายทั้งรอยยิ้ม

“ไม่เลยครับสบายมาก เพราะผมตั้งใจเรียนอย่างที่สัญญากับแม่ไว้เสมอ”

‘เฮ้อ พอได้คุยกับลูกชายแสนดีแม่ก็สบายใจขึ้นมาหน่อย เมื่อกี้หงุดหงิดมาก ก็ยัยเด็กนักเรียนทุนคนนึงที่แม่ใจดีส่งเสียค่าเทอมให้ดันสร้างเรื่อง พลาดท้องขึ้นมาจนต้องลาออกจากมหา’ลัย แม่ล่ะเสียดายค่าเทอมจริง ๆ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้แม่คงส่งเสียคนอื่นแทนยัยนี่’

“ช่างเป็นเด็กผู้หญิงที่โง่เขลาและสิ้นคิดจริงๆ นะครับ เสียทั้งความฝันและอนาคต อูย…”

เขาร้องครางออกมา เมื่อคู่นอนตัวดีดันใช้มือของเธอลูบคลำที่กึ่งกลางร่างตัวเอง

“เป็นไรลูก ทำไมร้องแบบนั้น”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร จู่ ๆ ก็ปวดหัวขึ้นมาสงสัยเมื่อคืนเป็นเพราะผมโหมอ่านหนังสือจนโต้รุ่ง”

แน่นอนว่าเขาโกหก

‘ถ้าอย่างนั้นแม่ไม่กวนแล้วนะจ๊ะ ไปพักผ่อนเถอะลูก แม่ภูมิใจในตัวพอร์ชนะ’

“ครับ รักแม่นะครับ”

เขากดวางสายทันที ก่อนจะหันไปจับคู่นอนสุดแซ่บมาฟัดให้หนำใจ

ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าเป็นเรื่องตลกหรือเรื่องเศร้าดี ที่สองแม่ลูกกำลังนินทาผู้หญิงคนเดียวกัน โดยต่างคนต่างก็ไม่รู้เลยว่าเด็กในท้องของเธอคือลูกและหลานของพวกเขา ซึ่งด้านหญิงสาวผู้เป็นหัวข้อสนทนาก็ไม่รู้เช่นกันว่าผู้มีพระคุณกับอดีตแฟนมีความสัมพันธ์เป็นแม่ลูกกัน

เมื่อความฝันต้องพังลงเพราะความผิดพลาดของตัวเอง วิสุดาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะญาติหรือเพื่อนสนิทที่รักที่สุดทุกคนล้วนอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดของเธอ ซึ่งนั่นก็คือจังหวัดเพชรบูรณ์ หญิงสาวมองเงินจำนวน 10,000 บาท ที่ถูกโอนเข้าบัญชีด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว เงินจำนวนนี้ที่คนใจร้ายคนนั้นให้มาเพื่อหวังให้เธอไปทำแท้ง จากนี้ไปเธอตัดสินใจแล้วว่าจะใช้มันอย่างประหยัดและมีประโยชน์ที่สุดเพื่อชีวิตน้อย ๆ ในท้องนี้

"เธอเอาอะไรมามั่นใจว่าไอ้ที่อยู่ในท้องนั่นเป็นลูกของฉัน ในเมื่อเธอใจง่ายกระโดดขึ้นเตียงฉันก่อนจะคบกันถึง 30 วันด้วยซ้ำ ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าเธอไม่เคยนอกใจ"

"ฉันขอช่วยเหลือโดยให้เธอสามารถมีอนาคตต่อไปได้แล้วกัน ไปเด็กเอาออกซะ"

"ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอสะเพร่าลืมกินยาคุมไม่ใช่หรือไง จะมาให้ฉันรับผิดชอบร่วมกันได้ไงก็ในเมื่อเธอโง่เอง"

สารพัดคำพูดทำร้ายจิตใจของหญิงตั้งครรภ์ที่เขาพูดใส่หน้าเธอ ในวันที่หญิงสาวบอกว่าตัวเองท้องลูกของเขา เธอเจ็บเจียนตาย ร้องไห้จนน้ำตาแทบออกมาเป็นสายเลือด แต่เขาไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด หลังโอนเงิน 10,000 บาทเข้าบัญชีให้เธอแล้วก็เดินออกไปราวกับไม่มีอะเกิดขึ้น

‘ช่างมัน มันเป็นอดีตไปแล้ว ไข่หวานในวัยทารกเคยรอดพ้นจากความตายเพราะถูกทิ้งอยู่ข้างถนนมาแล้วครั้งนึง ไข่หวานในวัย 19 ปี ก็ต้องผ่านมรสุมลูกนี้ไปให้ได้’

หญิงสาวพยายามดึงตัวเองไม่ให้หมกมุ่นอยู่กับความสิ้นหวัง ในเมื่อตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ให้ตัวเองแล้ว ก็ต้องเข้มแข็งขึ้นให้สมกับเป็นหลานของย่า ส่วนผู้ชายสารเลวที่เห็นหัวใจเธอเป็นแค่ของเล่น จะไปตายที่ไหนก็ไป!

“อะไรนะ อกอีช้อยจะแตก ไข่หวาน ท้อง!”

นวลผ่อง หรือ ย่าช้อย ถึงกับหน้ามืดเมื่อรู้เหตุผลว่าทำไมหลานรักถึงเดินทางกลับมาบ้านทั้งที่นี่ไม่ใช่ช่วงปิดเทอม

“ย่า!”

วิสุดาและ กัลยา  เพื่อนสนิทวัยเด็กของเธอรีบช่วยกันประคองคุณย่าและควานหายาดม

“เฮ้อ หลานย่าทำไมทำอย่างนี้ล่ะลูก ย่าไม่ได้ห้ามให้หนูมีความรัก แต่ทำไมถึงทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังอย่างนี้ หนูอุตส่าห์ตั้งใจเรียนจนคุณกชกรเขามอบทุนให้แล้วเชียว”

คุณย่าเอ่ยด้วยน้ำเสียผิดหวังปนเสียใจ ที่จู่ ๆ เรื่องก็กลายเป็นแบบนี้ เพราะร้องไห้มามากและร้องมาหลายวันแล้ว วันนี้วิสุดาจึงตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้อีก

“หนูขอโทษจ้ะย่า มันเป็นความสะเพร่าของหนูเองที่ลืมกินยาคุมไป 1 วัน”

“แล้วผู้ชายคนนั้นรู้หรือยัง”

นวลผ่องพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ โชคดีที่แกเป็นคนธรรมะธรรมโมหมั่นเข้าวัดทำบุญเป็นประจำจึงสามารถควบคุมสติอารมณ์ตัวเองได้ในระดับหนึ่ง

“รู้แล้วค่ะ เขาให้เงินหนูไปทำแท้ง หนูรับเงินมาแต่ไม่อยากทำ”

“โถ่ ไอ้…”

นวลผ่องอยากจะด่ากราดออกมาแต่ก็ต้องอดทนไว้และพึ่งระลึกอยู่เสมอว่านางจะมาทำให้การเข้าวัดทำบุญนั่งสมาธิสูญเปล่าลงเพราะคำหยาบคำเดียวไม่ได้

“เฮ้อ คนรุ่นใหม่บางคนมันก็เป็นซะแบบนี้ คงคิดว่าอายุครรภ์อ่อนอยู่ ยังไม่มีแขนขาถือว่ายังไม่ใช่คนล่ะสิ เหอะ! สิ่งมีชีวิตก็คือสิ่งมีชีวิต ถ้าไม่ไปฆ่ามัน มันก็ยังเจริญเติบโตได้อยู่ ย่าเห็นด้วยที่แกจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ ใครจะด่าจะว่าหรือซ้ำเติมแกที่เลือกทิ้งอนาคตเพราะเด็กคนหนึ่งยังไงก็เรื่องของพวกเขา เลือดเนื้อเชื้อไข้ของหลานย่าก็มีค่าไม่แพ้กับความฝันเหมือนกัน”

“ย่า…”

จากที่คิดว่าจะไม่ร้องไห้แล้วแท้ ๆ วิสุดากลับทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอหลั่งน้ำตาแห่งความตื้นตันออกมาเพราะผู้หญิงที่ใจดีที่สุดในโลกคนนี้

“ไม่เป็นไรนะลูก ชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้แหละมันต้องมีการผิดพลาดกันบ้างอยู่ที่ว่าเรื่องที่ทำผิดมันจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหนเท่านั้นเอง จำที่ย่าเคยบอกได้มั้ยว่าหนูเป็นเหมือนของขวัญที่สวรรค์ส่งมาให้กับย่า ย่าคนนี้ก็เป็นม่ายผัวตายอยู่ตัวคนเดียวไร้ทายาท ย่าเชื่อว่าสวรรค์คงส่งเด็กคนนี้มาเป็นของขวัญให้กับหนูเหมือนกัน”

สองย่าหลานกอดกันแน่น ไม่ใช่แค่วิสุดาที่ปล่อยโฮกับคำปลอบโยนของย่า แม้แต่เพื่อนสนิทของเธอก็ร้องไห้ตาม และคิดในใจว่าไม่แปลกใจที่ทำไมวิสุดาถึงเป็นคนเข้มแข็งและอ่อนโยนได้ขนาดนี้ ก็เพราะเธอมีคุณย่าเป็นแบบอย่างที่ดีนี่เอง

บทถัดไป